เลขประจำตัวผู้เสียภาษีคืออะไร? สำคัญอย่างไร และใช้เมื่อไหร่

ในยุคที่ธุรกิจและบุคคลทั่วไปต้องมีความรับผิดชอบทางภาษีมากขึ้น “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี” จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานอิสระ หรือชาวต่างชาติที่มีรายได้ในประเทศไทย เลขนี้เปรียบเสมือน “บัตรประจำตัวทางภาษี” ที่ใช้สำหรับยืนยันตัวตนกับกรมสรรพากร และเชื่อมโยงกับธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นแบบภาษี ออกใบกำกับภาษี หรือขอคืนภาษีอย่างถูกต้อง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความหมายของเลขประจำตัวผู้เสียภาษี วิธีการขอใช้งาน และประโยชน์ที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับภาระภาษีอย่างถูกต้องและมั่นใจในทุกขั้นตอน
หัวข้อ

เลขประจำตัวผู้เสียภาษีคืออะไร?
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Taxpayer Identification Number: TIN) คือรหัสตัวเลขที่ใช้ระบุผู้มีหน้าที่เสียภาษีต่อกรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วน ฯลฯ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถติดตาม ตรวจสอบ และจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีนี้จึงถือเป็นรหัสเฉพาะตัว มีเพียงหนึ่งเดียว ไม่สามารถซ้ำกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นได้
ประเภทของเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่
1. สำหรับบุคคลธรรมดา
ในกรณีของคนไทยทั่วไป เลขประจำตัวผู้เสียภาษีจะตรงกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เช่น 1-2345-67890-12-3
หากเป็นชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรประชาชน จะสามารถขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีแยกต่างหากจากกรมสรรพากรได้
2. สำหรับนิติบุคคล
กรณีเป็นบริษัท ห้างร้าน หรือองค์กร จะได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเฉพาะที่ไม่ซ้ำกับใคร ซึ่งประกอบด้วย 13 หลักเช่นกัน แต่จะไม่ตรงกับเลขบัตรประชาชนของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

ความสำคัญของเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีถือเป็นสิ่งสำคัญในระบบการเงินและภาษีของไทย เพราะใช้ในหลายกรณี เช่น
- การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (เช่น ภ.ง.ด.90, 91, 50)
- การออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า
- การหักภาษี ณ ที่จ่าย
- การขอคืนภาษี
- การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- การเปิดบัญชีธุรกิจ หรือขอสินเชื่อกับธนาคาร
- การยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล
หากไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี การทำธุรกรรมทางภาษีอาจไม่สามารถดำเนินการได้ หรืออาจผิดกฎหมาย
วิธีขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
สำหรับบุคคลธรรมดา (ที่ยังไม่มีเลขบัตรประชาชน เช่น ชาวต่างชาติ)
- เตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง, วีซ่า, สัญญาจ้างงาน
- ไปติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ใกล้บ้าน
- กรอกแบบฟอร์ม ภ.01 และยื่นเอกสารประกอบ
- รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีภายในวันเดียวกัน
สำหรับนิติบุคคล
- จดทะเบียนบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- กรมพัฒนาฯ จะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร
- ได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีโดยอัตโนมัติ
- หากต้องการเอกสารยืนยันเลขประจำตัวฯ ให้ยื่นแบบ ภ.พ.10
เคล็ดลับตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
คุณสามารถตรวจสอบว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนั้น ถูกต้องและขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรหรือไม่? ผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากรหรือระบบ e-Tax Invoice โดยกรอกเลข 13 หลักเพื่อตรวจสอบ

การใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีในการออกใบกำกับภาษี
หากคุณเป็นผู้ขายสินค้า/บริการและจดทะเบียน VAT คุณต้องใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณลงในใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและควรระบุเลขของลูกค้าด้วยหากเป็นองค์กร/นิติบุคคล เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้หักภาษีหรือขอคืน VAT ได้อย่างถูกต้อง
สรุป
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีเปรียบเสมือน “รหัสประจำตัวทางภาษี” ที่ทุกคนควรมี โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้หรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพราะนอกจากจะใช้ในการเสียภาษีแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการออกเอกสารทางการเงิน การทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ และการสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
หากคุณกำลังมองหาความช่วยเหลือในการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือจัดการบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทีมงานนักบัญชีมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษา
สำนักงานบัญชี สอบถามทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ติดต่อเรา
- สถานที่ : 1239/144 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
- เบอร์โทร : 082-441-6529
- Email : pm.audit.acc@gmail.com
- LINE : @pmac
- เว็บไซต์ : pmaccounting.net







