PM Accounting

จดทะเบียนบริษัท: คู่มือครบวงจร ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย เอกสาร 2569

จดทะเบียนบริษัท: คู่มือครบวงจร ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย เอกสาร 2569

จดทะเบียนบริษัท คือขั้นตอนทางกฎหมายที่เจ้าของธุรกิจต้องดำเนินการเพื่อจัดตั้งกิจการให้เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ แยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

บทความนี้เป็นคู่มือครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทในปี 2569 ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การเลือกประเภทนิติบุคคล เอกสาร ค่าใช้จ่าย วิธีการจดทะเบียน ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียน พร้อมตอบคำถามที่เจ้าของธุรกิจไทยถามบ่อย

จดทะเบียนบริษัทคืออะไร ใครต้องจด?

การจดทะเบียนบริษัท คือการจัดตั้งกิจการให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทำให้ธุรกิจแยกออกจากเจ้าของในทางกฎหมายและภาษี กิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะมีเลขทะเบียน 13 หลักที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ มีอำนาจทำสัญญา ถือครองทรัพย์สิน กู้ยืมเงิน และฟ้องร้องในนามของกิจการได้

ใครบ้างที่ควรจดทะเบียนบริษัท? โดยทั่วไปเจ้าของธุรกิจควรพิจารณาจดทะเบียนเมื่อ:

  • มีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท (เข้าเกณฑ์ต้องจด VAT)
  • ต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากความเสี่ยงของธุรกิจ
  • ต้องการขอสินเชื่อธุรกิจหรือดึงดูดนักลงทุน
  • ทำธุรกรรมกับลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษี
  • ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ SME เช่น อัตราภาษี 15% สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 3 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม: นิติบุคคลคืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจจริง

ประเภทของนิติบุคคลในไทย

ก่อนจดทะเบียน ต้องเลือกประเภทนิติบุคคลที่เหมาะกับธุรกิจ ในประเทศไทยมี 4 ประเภทหลัก:

  1. บริษัทจำกัด (Limited Company): ประเภทยอดนิยมที่สุด มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน รับผิดชอบจำกัดตามทุนที่ถือ เหมาะกับ SME และธุรกิจทั่วไป
  2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership): มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ส่วนผู้ลงทุนรับผิดจำกัด เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีหุ้นส่วนน้อย
  3. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership): หุ้นส่วนทุกคนรับผิดไม่จำกัดร่วมกัน ไม่นิยมในปัจจุบันเพราะความเสี่ยงสูง
  4. บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company): สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดมทุนจากประชาชนผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 15 คน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: บริษัทกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

ข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัท

ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท

  1. แยกความรับผิดชอบทางกฎหมายและการเงิน: ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเฉพาะทุนที่ลงทุน ไม่กระทบทรัพย์สินส่วนตัว
  2. สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ SME: กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้นภาษี กำไรสุทธิ 300,001-3,000,000 บาทเสีย 15% กำไรเกิน 3 ล้านบาทเสีย 20%
  3. ความน่าเชื่อถือสูงกว่าบุคคลธรรมดา: ลูกค้าองค์กร คู่ค้า และธนาคารนิยมทำธุรกรรมกับนิติบุคคล
  4. เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น: สามารถขอสินเชื่อธุรกิจ เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐ และดึงดูดนักลงทุนได้
  5. ต่อเนื่องได้ไม่จำกัดอายุเจ้าของ: บริษัทเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินการต่อไปได้แม้เจ้าของเปลี่ยนไปหรือเสียชีวิต

ข้อเสียที่ต้องพิจารณา

  1. ภาระการทำบัญชีและยื่นภาษีเพิ่มขึ้น: ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.พ.30 ตามกำหนด
  2. ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและดำเนินการต่อเนื่อง: ค่าจดทะเบียน ค่าสำนักงานบัญชี ค่าผู้สอบบัญชี ค่าธรรมเนียมรายปี
  3. ข้อกำหนดทางกฎหมายเคร่งครัด: ต้องประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น/กรรมการต้องแจ้งทะเบียน

5 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท

  1. แผนธุรกิจและวัตถุประสงค์ของบริษัท: กำหนดลักษณะธุรกิจและวัตถุประสงค์ที่จะระบุในหนังสือบริคณห์สนธิให้ชัดเจน ดูกลยุทธ์วางแผนธุรกิจก่อนจดทะเบียน
  2. ชื่อบริษัทที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น: ตรวจสอบและจองชื่อผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชื่อต้องไม่ผิดข้อห้าม เช่น คำที่สื่อถึงกษัตริย์หรือหน่วยงานราชการ
  3. ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน: ต้องมีผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ 2 คนสำหรับบริษัทจำกัด พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่
  4. ทุนจดทะเบียนและสัดส่วนการถือหุ้น: กำหนดจำนวนทุนและแบ่งหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้น สามารถชำระเป็นเงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน ดูรายละเอียดทุนจดทะเบียนบริษัท
  5. ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ทำความเข้าใจประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง อ่านเพิ่มเติมกฎหมายที่ควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท

6 ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท

  1. ตรวจสอบและจองชื่อบริษัท: ยื่นคำขอจองชื่อผ่านระบบ DBD e-Registration หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าพื้นที่ เมื่อได้รับอนุมัติจะได้ชื่อที่จองไว้ 30 วัน
  2. จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ: เอกสารที่ระบุชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ที่อยู่ และรายละเอียดผู้ถือหุ้น ต้องลงชื่อโดยผู้ถือหุ้นทุกคน
  3. จัดประชุมผู้ถือหุ้น: ประชุมเพื่อแต่งตั้งกรรมการ กำหนดอำนาจกรรมการ อนุมัติข้อบังคับและเอกสารการจัดตั้ง
  4. ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท: นำเอกสารครบถ้วนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration
  5. รอนายทะเบียนตรวจสอบและอนุมัติ: ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการสำหรับการจดออนไลน์ 3-7 วันทำการสำหรับการยื่นแบบเอกสารกระดาษ
  6. รับหนังสือรับรองการจดทะเบียน: เมื่ออนุมัติแล้ว บริษัทจะได้รับเลขทะเบียน 13 หลักและหนังสือรับรองนิติบุคคล สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ทันที

อ่านคู่มือรายละเอียด: 6 ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท ฉบับเจาะลึก หรือวิธีจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD

เอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนบริษัท

เอกสารหลักที่ต้องเตรียมเพื่อจดทะเบียนบริษัทจำกัด:

  1. คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (แบบ บอจ.1): กรอกข้อมูลบริษัทและยื่นพร้อมเอกสารแนบ
  2. หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท: ต้องลงลายมือชื่อครบทุกหน้าโดยผู้ถือหุ้น
  3. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3): ข้อมูลกรรมการ อำนาจกรรมการ และผู้มีอำนาจลงนาม
  4. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5): แสดงจำนวนหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคน
  5. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน: ของผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  6. หลักฐานการชำระค่าหุ้น: ใบเสร็จโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทหรือเอกสารรับรองสินทรัพย์
  7. แผนที่ตั้งสำนักงาน: แสดงที่อยู่ของสำนักงานใหญ่

ดูรายละเอียดเอกสารแบบครบถ้วน: เอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนบริษัท คู่มือสำหรับผู้ประกอบการใหม่

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทประกอบด้วยค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการ (ถ้าจ้างสำนักงานบัญชี):

  1. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท: 5,000 บาท (คงที่)
  2. ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ: เริ่มต้นที่ 500 บาทสำหรับทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่ม 50 บาททุก 1 แสนบาทของทุน สูงสุด 25,000 บาทสำหรับทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป
  3. ค่าตรวจสอบเอกสาร: 50 บาทต่อคำขอ
  4. ค่าอากรแสตมป์: 200 บาท (ติดหนังสือบริคณห์สนธิ)
  5. ค่าบริการสำนักงานบัญชี (ถ้าจ้าง): ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน รวมการจดทะเบียน ขอเลขภาษี และคำแนะนำเบื้องต้น

ตัวอย่าง: จดทะเบียนบริษัทด้วยทุน 1 ล้านบาทโดยไม่จ้างสำนักงานบัญชี ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 5,750 บาท (ค่าจดทะเบียน 5,000 + บริคณห์สนธิ 500 + อากรแสตมป์ 200 + ตรวจเอกสาร 50) หากจ้างสำนักงานบัญชีเพิ่มอีกประมาณ 5,000-15,000 บาท

อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายทุกรายการ: ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท คู่มือครบถ้วน

จดเองหรือจ้างสำนักงานบัญชี: เปรียบเทียบ

ผู้ประกอบการสามารถเลือกจดทะเบียนบริษัทได้ 2 วิธีหลัก:

  1. จดเองผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration: ประหยัดค่าบริการสำนักงานบัญชี 5,000-15,000 บาท แต่ต้องศึกษาเอกสารและขั้นตอนเอง ใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน
  2. จ้างสำนักงานบัญชี: สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยจากความผิดพลาด ได้คำแนะนำเรื่องภาษีและการทำบัญชีต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลาหรือต้องการมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้อง

อ่านการเปรียบเทียบโดยละเอียด: ข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองและการจ้างสำนักงานบัญชี

หลังจดทะเบียนแล้วต้องทำอะไรต่อ

การจดทะเบียนบริษัทเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากได้รับหนังสือรับรอง มีสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง:

  1. ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ยื่นขอเลขภาษี (Tax ID) ต่อกรมสรรพากรภายใน 60 วันหลังจดทะเบียน
  2. จดทะเบียน VAT (ถ้าเข้าเกณฑ์): หากคาดว่ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
  3. เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท: แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจตั้งแต่วันแรก
  4. ขึ้นทะเบียนประกันสังคม: หากมีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับประกันสังคมภายใน 30 วัน
  5. จัดตั้งระบบบัญชีและจ้างผู้สอบบัญชี: เริ่มทำบัญชีตามมาตรฐาน TFRS และติดต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อตรวจงบประจำปี ดูวิธีวางระบบบัญชี

อ่าน checklist เต็ม: สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนบริษัท และ สิทธิประโยชน์ทางภาษีหลังจดทะเบียน

ปัญหาที่พบบ่อยในการจดทะเบียน

  1. ชื่อบริษัทถูกปฏิเสธ: เพราะซ้ำกับบริษัทอื่นหรือใช้คำต้องห้าม ควรเตรียมชื่อสำรอง 3-5 ชื่อไว้
  2. เอกสารไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด: ทำให้ต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ใช้เวลานานกว่าที่ควร
  3. วัตถุประสงค์บริษัทไม่ชัดเจน: ส่งผลต่อการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในอนาคต
  4. ทุนจดทะเบียนไม่สอดคล้องกับธุรกิจ: ต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ สูงเกินไปอาจเสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น

ดูปัญหาและวิธีแก้เพิ่มเติม: 7 ปัญหาที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัทและวิธีแก้ไข และ 5 ข้อผิดพลาดเรื่องทุนจดทะเบียน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน?

หากยื่นผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration และเอกสารครบถ้วน ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ สำหรับการยื่นแบบเอกสารกระดาษที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าพื้นที่ ใช้เวลา 3-7 วันทำการ การเตรียมเอกสารก่อนยื่นใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน

ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คนจึงจะจดทะเบียนบริษัทจำกัดได้?

ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน ซึ่งเป็นกฎที่แก้ไขตั้งแต่ปี 2566 จากเดิมที่กำหนดขั้นต่ำ 3 คน ผู้ถือหุ้นสามารถเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่บริษัทที่มีสัดส่วนต่างชาติเกิน 49% จะถือเป็นบริษัทต่างชาติและมีข้อจำกัดเพิ่มเติม

ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำคือเท่าไหร่?

ไม่มีกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติควรตั้งทุนจดทะเบียนที่สอดคล้องกับขนาดและลักษณะธุรกิจ นิยมเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและไม่เสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น บางธุรกิจที่ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะอาจต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามกฎหมายเฉพาะ

ต้องชำระทุนจดทะเบียนเต็มจำนวนตั้งแต่แรกไหม?

ไม่ต้องชำระเต็ม ผู้ถือหุ้นสามารถชำระขั้นต่ำ 25% ของมูลค่าหุ้นตอนจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติหลายบริษัทเลือกชำระเต็มจำนวนเพื่อความโปร่งใสและง่ายต่อการจัดการบัญชี ส่วนที่เหลือผู้ถือหุ้นจะต้องชำระเมื่อกรรมการเรียก

ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยได้ไหม?

ต่างชาติสามารถจดทะเบียนบริษัทในไทยได้ แต่มีข้อจำกัด หากถือหุ้นต่างชาติเกิน 49% จะเป็นบริษัทต่างชาติและต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายหรือใช้สิทธิพิเศษ BOI

บริษัทต้องยื่นภาษีและงบการเงินเมื่อไหร่หลังจดทะเบียน?

บริษัทต้องยื่นภ.ง.ด.50ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 150 วันเช่นกัน หากจด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน หากมีพนักงานต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินประกันสังคมทุกเดือน

ถ้าเลิกกิจการต้องทำอย่างไร?

การเลิกบริษัทต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิเศษอนุมัติด้วยเสียง 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้น จากนั้นยื่นจดทะเบียนเลิกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ชำระหนี้สินและแจกคืนสินทรัพย์ให้ผู้ถือหุ้น แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน

สรุป

การจดทะเบียนบริษัทเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนธุรกิจจากบุคคลธรรมดาให้เป็นนิติบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และแยกความเสี่ยงออกจากทรัพย์สินส่วนตัว เจ้าของธุรกิจที่มีรายได้เติบโตหรือต้องการขยายกิจการควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตั้งแต่เนิ่น ๆ

หากคุณต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย PM Accounting พร้อมให้บริการรับจดทะเบียนบริษัทครบวงจร ทั้งการเตรียมเอกสาร จดทะเบียน ขอเลขภาษี จด VAT และวางระบบบัญชีต่อเนื่อง ติดต่อทีม CPA ของเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรี

สำนักงานบัญชี สอบถามทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ติดต่อเรา

  • สถานที่ : 1239/144 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
  • เบอร์โทร : 086-441-4689
  • Email : [email protected]
  • LINE : @pmac
  • เว็บไซต์ : pmaccounting.net

เขียนโดย

Picture of ทีมผู้เชี่ยวชาญ PM Accounting

ทีมผู้เชี่ยวชาญ PM Accounting

ทีมนักบัญชีมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี
เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และตรวจสอบบัญชีสำหรับธุรกิจไทย
ผ่านประสบการณ์จากบริษัท Big 4 | pmaccounting.net

บทความที่เกี่ยวข้อง

businesswoman-fingers-hand-using-a-calculator-2023-11-27-04-56-22-utc (Web H)
จดทะเบียนบริษัท: คู่มือครบวงจร ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย เอกสาร 2569
จดทะเบียนบริษัท คือขั้นตอนทางกฎหมายที่เจ้าของธุรกิจต้องดำเนินการเพื่อจัดตั้งกิจการให้เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและ...
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 2569
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 2569: วิธีคำนวณ อัตรา 20% และบริการวางแผนภาษีบริษัทแบบมืออาชีพ
ทำความเข้าใจภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตรา 20% วิธีคำนวณ และกำหนดยื่นแบบ พร้อมบริการบัญชีและวางแผนภาษีที่ช่วยให้ธุรกิจคุณประ...
บริษัทไม่มีรายได้ ต้องยื่นภาษีไหม
บริษัทไม่มีรายได้ ต้องยื่นภาษีไหม? รู้ไว้ก่อนโดนค่าปรับ
หลายบริษัทเข้าใจผิดว่าไม่มีรายได้ไม่ต้องยื่นภาษี ความจริงแล้วแม้ไม่มีรายได้ ก็ยังมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และภาษีอื่น ๆ...
งบการเงินประจำปี
งบการเงินประจำปี คืออะไร? คู่มือจัดทำและยื่นงบการเงินสำหรับบริษัทในประเทศไทย
การจัดทำ งบการเงินประจำปี เป็นหน้าที่สำคัญของทุกบริษัทในประเทศไทย ไม่เพียงเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสะท้...
แบบ ภ.พ.30 คืออะไร? คู่มือยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจในประเทศไทย
แบบ ภ.พ.30 คืออะไร? คู่มือยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจในประเทศไทย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีทางอ้อมที่ผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระ แต่ผู้ประกอบการเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งให้รัฐผ่านแบบ ภ.พ.3...
ภ.ง.ด.50 คือ
แบบ ภ.ง.ด.50 คืออะไร? วิธีคำนวณและยื่นภาษีนิติบุคคลอย่างถูกต้อง
การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในประเทศไทย ย่อมมีหน้าที่ด้านภาษีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่าง...
ไม่จด VAT ผิดไหม
ไม่จด VAT ผิดไหม? เข้าใจความเสี่ยงและผลกระทบที่เจ้าของธุรกิจควรรู้
เจ้าของกิจการหลายรายมักสงสัยว่า หากไม่จด VAT จะมีปัญหาหรือไม่? คำตอบอยู่ที่เกณฑ์รายได้และประเภทกิจการ บทความนี้สรุปให้คร...
รายได้เท่าไหร่ต้องจด VAT
รายได้เท่าไหร่ต้องจด VAT? คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเจ้าของธุรกิจไทย
รู้หรือไม่ว่า หากรายได้ธุรกิจคุณถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแต่ยังไม่จด VAT อาจโดนปรับย้อนหลัง บทความนี้มีคำตอบให้ครบ