คู่มือจดทะเบียนบริษัทครบวงจร

📘 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ คู่มือจดทะเบียนบริษัทฉบับครบวงจร — อ่านภาพรวมทุกขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนได้ในบทความหลัก
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการจดทะเบียนบริษัทให้สำเร็จอย่างราบรื่น หลายคนเสียเวลาไปกับการเดินทางไปกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหลายรอบเพียงเพราะเอกสารไม่ครบหรือกรอกข้อมูลผิด บทความนี้รวบรวมรายละเอียดเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด พร้อมคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่ช่วยให้คุณจดทะเบียนบริษัทได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก
หัวข้อ
คู่มือจดทะเบียนบริษัทและเอกสารที่จำเป็น
การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยต้องเตรียมเอกสาร 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล ข้อมูลบริษัท รายละเอียดทุน และเอกสารทางกฎหมาย ทุกฉบับต้องครบก่อนยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือผ่านระบบ e-Registration
1. เอกสารส่วนบุคคลที่จำเป็น
เอกสารสำหรับผู้เริ่มก่อการและกรรมการ
ผู้เริ่มก่อการ (Promoter) ต้องมีอย่างน้อย 3 คน และกรรมการอย่างน้อย 1 คน โดยแต่ละคนต้องเตรียม:
- สำเนาบัตรประชาชน (ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) — ต้องเป็นบัตรที่ยังไม่หมดอายุ
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
- สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ) พร้อมสำเนาวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงาน
หมายเหตุสำคัญ: หากกรรมการไม่สามารถมาลงนามด้วยตนเองได้ ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง
2. ข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับบริษัท
รายละเอียดที่ตั้งสำนักงาน
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ต้องเป็นที่อยู่จริงที่สามารถรับหนังสือราชการได้ เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
- แผนที่ตั้งสำนักงานโดยละเอียด (สามารถใช้ภาพ Google Maps พร้อม print ออกมาได้)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงาน หรือสำเนาสัญญาเช่า (กรณีเช่า)
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หากใช้ที่อยู่ของบุคคลอื่น
การเตรียมชื่อบริษัท
ชื่อบริษัทเป็นสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบและจองชื่อก่อน ควรเตรียมชื่อสำรองอย่างน้อย 3 ชื่อ โดยต้องคำนึงถึงเงื่อนไขเหล่านี้:
- ไม่ซ้ำกับบริษัทที่จดทะเบียนแล้ว (ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ DBD)
- ไม่ใช้คำที่ฟังดูเหมือนหน่วยงานรัฐ เช่น “การท่าเรือ” “กรม” “กระทรวง”
- ต้องลงท้ายด้วย “จำกัด” เสมอ
- ชื่อภาษาอังกฤษ (ถ้ามี) ต้องตรงกับชื่อภาษาไทย
3. รายละเอียดทุนจดทะเบียน
ข้อมูลที่ต้องเตรียม
ทุนจดทะเบียนคือจำนวนเงินที่บริษัทได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการ ไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นต่ำสำหรับบริษัททั่วไป แต่ในทางปฏิบัติควรพิจารณาตามนี้:
- จำนวนทุนจดทะเบียนที่ต้องการ — ทุน 1 ล้านบาทขึ้นไป มีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามขั้น
- จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น — มูลค่าหุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท เช่น ทุน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท
- รายละเอียดการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย — ระบุชื่อ จำนวนหุ้น และสัดส่วน
คำแนะนำ: ธุรกิจทั่วไปนิยมจดทะเบียนทุน 1–2 ล้านบาท เพราะเพียงพอต่อการขอสินเชื่อธนาคารและสัญญาต่างๆ หากต้องการยื่นขอ BOI หรือใบอนุญาตบางประเภท ทุนจดทะเบียนอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม
4. เอกสารทางกฎหมาย
เอกสารที่ต้องจัดเตรียม
เอกสารทางกฎหมายเหล่านี้คือหัวใจของการจดทะเบียน ต้องจัดทำให้ถูกต้องตามแบบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า:
- แบบจองชื่อนิติบุคคล (แบบ บอจ.1) — ยื่นก่อนเพื่อจองชื่อบริษัท มีอายุ 30 วัน
- หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2) — ระบุวัตถุประสงค์บริษัท ทุนจดทะเบียน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ
- ข้อบังคับบริษัท — กำหนดกฎระเบียบภายในบริษัท หากไม่จัดทำเองจะใช้ข้อบังคับมาตรฐานของกรมฯ แทนได้
- หนังสือมอบอำนาจ — ใช้เมื่อมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
- ตราประทับบริษัท — ไม่บังคับตามกฎหมายปัจจุบัน แต่ยังนิยมใช้ในทางปฏิบัติ
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท 4 ขั้นตอนหลัก

เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว กระบวนการจดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก:
ขั้นตอนที่ 1 — จองชื่อบริษัท
ยื่น แบบ บอจ.1 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือผ่านระบบ e-Registration ที่ efiling.dbd.go.th ผลการอนุมัติมักได้รับภายใน 1 วันทำการ ชื่อที่จองแล้วมีอายุ 30 วัน นับจากวันที่อนุมัติ
ขั้นตอนที่ 2 — จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
ยื่น แบบ บอจ.2 พร้อมเอกสารผู้เริ่มก่อการทุกคน ต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจองชื่อสำเร็จ ขั้นตอนนี้ยังไม่ใช่การจดทะเบียนบริษัทเสร็จสมบูรณ์ แต่เป็นการยืนยันผู้ก่อตั้งและวัตถุประสงค์
ขั้นตอนที่ 3 — ประชุมจัดตั้งบริษัท
จัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกคนเพื่อ แต่งตั้งกรรมการ อนุมัติข้อบังคับบริษัท และมอบอำนาจให้กรรมการดำเนินการจดทะเบียน ต้องทำรายงานการประชุมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ขั้นตอนที่ 4 — ยื่นจดทะเบียนบริษัท
ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท พร้อมเอกสารทั้งหมดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือผ่านระบบออนไลน์ ต้องดำเนินการ ภายใน 3 เดือน หลังจากประชุมจัดตั้ง เมื่อผ่านการตรวจสอบจะได้รับ หนังสือรับรองบริษัท และเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัทคำนวณตามทุนจดทะเบียน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดอัตราดังนี้:
| ทุนจดทะเบียน | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| ไม่เกิน 500,000 บาท | 5,000 บาท |
| 500,001 – 1,000,000 บาท | 10,000 บาท |
| 1,000,001 – 5,000,000 บาท | 15,000 บาท |
| 5,000,001 – 10,000,000 บาท | 20,000 บาท |
| มากกว่า 10,000,000 บาท | 25,000 บาท (สูงสุด) |
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น ค่าจัดทำตราประทับ (500–1,500 บาท) ค่าอากรแสตมป์ และหากจ้างสำนักงานบัญชีดำเนินการแทน จะมีค่าบริการเพิ่มเติมตามความซับซ้อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

จากประสบการณ์ช่วยจดทะเบียนบริษัทมากกว่าหลายร้อยราย PM Accounting พบข้อผิดพลาดซ้ำๆ ที่ทำให้ต้องเสียเวลาดำเนินการใหม่ดังนี้:
ข้อผิดพลาดที่ 1 — เอกสารไม่ครบหรือลงนามไม่ถูกต้อง
สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงนาม “รับรองสำเนาถูกต้อง” พร้อมวันที่ หากใช้เอกสารเก่าที่ลงนามทิ้งไว้นานแล้ว เจ้าหน้าที่อาจปฏิเสธได้
ข้อผิดพลาดที่ 2 — ชื่อบริษัทไม่ผ่านการอนุมัติ
ควรเตรียมชื่อสำรองไว้ อย่างน้อย 3 ชื่อ และตรวจสอบล่วงหน้าที่ระบบของ DBD ก่อนยื่น ชื่อที่ใกล้เคียงกับบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงมักถูกปฏิเสธ
ข้อผิดพลาดที่ 3 — ไม่ดำเนินการให้ทันภายในกำหนด
การจองชื่อมีอายุ 30 วัน และต้องจดทะเบียนให้เสร็จภายใน 3 เดือนหลังประชุม หากพลาดกำหนดต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
ข้อผิดพลาดที่ 4 — วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมธุรกิจจริง
วัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ต้องครอบคลุมทุกกิจกรรมที่บริษัทจะดำเนินการ หากแคบเกินไปอาจมีปัญหาในการทำธุรกรรมในอนาคต
ต้องการความช่วยเหลือในการจดทะเบียนบริษัท?
PM Accounting มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลโดยตรง พร้อมดูแลตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การจองชื่อ ไปจนถึงการรับหนังสือรับรองบริษัท ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายรอบ
นอกจากนี้เรายังให้คำแนะนำเรื่อง ทุนจดทะเบียนที่เหมาะสม การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้น และขั้นตอนหลังจดทะเบียน เช่น สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนบริษัท และ การจด VAT
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ใช้เวลานานแค่ไหนในการจดทะเบียนบริษัท?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการหลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน หากยื่นผ่านระบบ e-Registration อาจได้รับหนังสือรับรองภายในวันเดียวกัน แต่หากเอกสารมีข้อผิดพลาดหรือต้องแก้ไข จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น
สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้หรือไม่?
สามารถดำเนินการผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ที่ efiling.dbd.go.th ทั้งการจองชื่อ ยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ และจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้ระบบออนไลน์ต้องมี Digital Certificate ก่อน
จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาหรือไม่?
ไม่จำเป็น แต่การมีที่ปรึกษาจะช่วยให้กระบวนการราบรื่นและลดความเสี่ยงในการทำผิดพลาด โดยเฉพาะในส่วนของการเลือกวัตถุประสงค์บริษัท และการวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมกับแผนธุรกิจในอนาคต
ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเท่าไหร่?
กฎหมายไทยไม่กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติ ทุน 1 ล้านบาทเป็นที่นิยม เพราะเหมาะสมสำหรับการขอสินเชื่อธนาคาร การทำสัญญาขนาดกลาง และการขอใบอนุญาตบางประเภท
จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ?
หลังได้รับหนังสือรับรองบริษัทแล้ว ขั้นตอนถัดไปที่สำคัญ ได้แก่ เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท ขึ้นทะเบียนนายจ้างที่กรมสรรพากร ขึ้นทะเบียนประกันสังคม (ถ้ามีพนักงาน) และพิจารณาจด VAT หากคาดว่ารายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
สำนักงานบัญชี สอบถามทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ติดต่อเรา
- สถานที่ : 1239/144 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
- เบอร์โทร : 086-441-4689
- Email : [email protected]
- LINE : @pmac
- เว็บไซต์ : pmaccounting.net
เขียนโดย
ทีมผู้เชี่ยวชาญ PM Accounting
ทีมนักบัญชีมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี
เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และตรวจสอบบัญชีสำหรับธุรกิจไทย
ผ่านประสบการณ์จากบริษัท Big 4 | pmaccounting.net







