ขั้นตอนการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีสำหรับธุรกิจ SME

การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีอาจดูยุ่งยากในสายตาเจ้าของกิจการหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร การส่งต่องาน หรือความกังวลว่าจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ แต่อันที่จริงแล้ว หากมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ขั้นตอนเหล่านี้สามารถทำได้อย่างราบรื่นและไม่ซับซ้อน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขั้นตอนการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีสำหรับธุรกิจ SME พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยสำหรับธุรกิจของคุณ
หัวข้อ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
1. การสื่อสารล่าช้า หรือไม่ตอบกลับในเวลาที่เหมาะสม
หากคุณพบว่าสำนักงานบัญชีไม่ตอบอีเมล โทรศัพท์ หรือข้อความในเวลาที่ควร โดยเฉพาะในเรื่องเร่งด่วน เช่น ใกล้ถึงวันยื่นภาษี หรือมีข้อสงสัยทางบัญชีที่ต้องการคำตอบด่วน อาจแสดงถึงการขาดความใส่ใจหรือไม่จัดลำดับความสำคัญให้กับลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณโดยตรง
2. พบข้อผิดพลาดในการทำบัญชีหรือยื่นภาษีบ่อยครั้ง
ข้อผิดพลาด เช่น การลงรายการบัญชีผิด การยื่นภาษีล่าช้า หรือคำนวณภาษีผิด อาจทำให้ธุรกิจของคุณเสี่ยงต่อค่าปรับหรือการตรวจสอบจากกรมสรรพากร หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดซ้ำ ๆ ถือเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าสำนักงานบัญชีของคุณอาจไม่มีความละเอียดรอบคอบหรือขาดความชำนาญที่เพียงพอ
3. ไม่ได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ด้านภาษีหรือการเงิน
สำนักงานบัญชีที่ดีควรมีบทบาทมากกว่าการจัดทำเอกสาร ควรให้คำปรึกษาในการวางแผนภาษี ช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงแนะนำวิธีบริหารจัดการกระแสเงินสด หรือปรับโครงสร้างทางบัญชีให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ หากคุณรู้สึกว่าได้รับเพียงบริการพื้นฐาน ไม่มีมุมมองหรือแนวคิดเพิ่มเติม นั่นอาจเป็นเวลาที่ควรมองหาทางเลือกใหม่
4. ค่าบริการไม่สอดคล้องกับคุณภาพที่ได้รับ
หากค่าบริการของสำนักงานบัญชีเพิ่มขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน หรือคุณรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ เช่น บริการช้า งานไม่ตรงเวลา ไม่มีการตรวจทานความถูกต้อง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังจ่ายแพงเกินไปสำหรับคุณภาพที่ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ

ขั้นตอนการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีสำหรับธุรกิจ
1. การเตรียมการก่อนเปลี่ยน
รวบรวมเอกสารสำคัญ
- เอกสารจดทะเบียนบริษัท
- งบการเงินย้อนหลัง
- แบบภาษีที่เคยยื่นไว้ (ภ.พ.30, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.ง.ด.50)
- รายการบัญชีแยกประเภท
- งบทดลอง
- ทะเบียนสินทรัพย์
- รายงานลูกหนี้
- รายงานเจ้าหนี้
- ชื่อบัญชีและรหัสผ่านของหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร ประกันสังคม
- เอกสารทางบัญชีอื่นๆ ที่สำคัญ
ตรวจสอบสัญญา
- อ่านเงื่อนไขการยกเลิกในสัญญาปัจจุบัน
- ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าที่ต้องการ
- ค่าธรรมเนียมการยกเลิกก่อนกำหนด (ถ้ามี)
2. การเลือกสำนักงานบัญชีใหม่
สิ่งที่ควรพิจารณา
- ประสบการณ์ในธุรกิจประเภทเดียวกับคุณ
- ใบอนุญาตและการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ระบบการทำงานและเทคโนโลยีที่ใช้
- ช่องทางการติดต่อสื่อสารและความรวดเร็วในการตอบกลับ
- ความโปร่งใสของค่าบริการ
- บริการเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ
3. การส่งมอบงาน
แจ้งสำนักงานบัญชีเดิม
- แจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษร
- กำหนดวันที่ต้องการยกเลิกบริการ
- ขอรับเอกสารทั้งหมดคืน
ประสานงานการส่งมอบ
- จัดทำรายการเอกสารที่ต้องส่งมอบ
- ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
- บันทึกรายการค้างส่งหรือค้างชำระ
4. การเริ่มงานกับสำนักงานบัญชีใหม่
การตั้งค่าเริ่มต้น
- ส่งมอบเอกสารทั้งหมดให้สำนักงานบัญชีใหม่
- อธิบายลักษณะธุรกิจและความต้องการพิเศษ
- กำหนดผู้ประสานงานหลักทั้งสองฝ่าย
- ตกลงรูปแบบและความถี่ในการรายงานผล
การติดตามงาน
- ตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีในช่วงแรก
- ติดตามการยื่นภาษีและรายงานต่างๆ
- ประเมินคุณภาพการให้บริการ

ข้อควรระวังในการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
1. ช่วงเวลาที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนในช่วงใกล้สิ้นรอบบัญชี
- ควรเปลี่ยนในช่วงต้นไตรมาสหรือต้นปีบัญชี
- วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน
2. การส่งมอบข้อมูล
- ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
- สำรองข้อมูลสำคัญไว้
- จัดทำบันทึกการส่งมอบเป็นลายลักษณ์อักษร
3. การชำระค่าบริการ
- ตรวจสอบยอดค้างชำระกับสำนักงานบัญชีเดิม
- ทำความเข้าใจโครงสร้างค่าบริการของสำนักงานใหม่
- เก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง

สรุป
การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีเป็นการตัดสินใจสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ การวางแผนที่ดีและการเตรียมการอย่างรอบคอบจะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น เจ้าของธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการเลือกสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจธุรกิจของคุณ รวมถึงมีการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใส เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแจ้งกรมสรรพากรหรือไม่เมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชี?
ไม่จำเป็นต้องแจ้ง เพราะสำนักงานบัญชีเป็นเพียงผู้ให้บริการ ไม่ใช่ตัวแทนจดทะเบียนของบริษัท
จะขอเอกสารคืนจากสำนักงานบัญชีเดิมได้ทั้งหมดหรือไม่?
ได้ครับ เพราะเอกสารทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของบริษัทคุณ สำนักงานบัญชีมีหน้าที่เก็บรักษาและส่งคืนเมื่อยกเลิกบริการ
ควรเก็บเอกสารไว้นานแค่ไหน?
ตามกฎหมายต้องเก็บเอกสารทางบัญชีไว้อย่างน้อย 5 ปี แต่แนะนำให้เก็บไว้ 7-10 ปีเพื่อความปลอดภัย
สำนักงานบัญชี สอบถามทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ติดต่อเรา
- สถานที่ : 1239/144 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
- เบอร์โทร : 082-441-6529
- Email : pm.audit.acc@gmail.com
- LINE : @pmac
- เว็บไซต์ : pmaccounting.net







