จดทะเบียนบริษัท: คู่มือครบวงจร ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย เอกสาร 2569
จดทะเบียนบริษัท คือขั้นตอนทางกฎหมายที่เจ้าของธุรกิจต้องดำเนินการเพื่อจัดตั้งกิจการให้เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ แยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
บทความนี้เป็นคู่มือครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทในปี 2569 ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การเลือกประเภทนิติบุคคล เอกสาร ค่าใช้จ่าย วิธีการจดทะเบียน ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียน พร้อมตอบคำถามที่เจ้าของธุรกิจไทยถามบ่อย
หัวข้อในบทความนี้
จดทะเบียนบริษัทคืออะไร ใครต้องจด?
การจดทะเบียนบริษัท คือการจัดตั้งกิจการให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทำให้ธุรกิจแยกออกจากเจ้าของในทางกฎหมายและภาษี กิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะมีเลขทะเบียน 13 หลักที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ มีอำนาจทำสัญญา ถือครองทรัพย์สิน กู้ยืมเงิน และฟ้องร้องในนามของกิจการได้
ใครบ้างที่ควรจดทะเบียนบริษัท? โดยทั่วไปเจ้าของธุรกิจควรพิจารณาจดทะเบียนเมื่อ:
- มีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท (เข้าเกณฑ์ต้องจด VAT)
- ต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากความเสี่ยงของธุรกิจ
- ต้องการขอสินเชื่อธุรกิจหรือดึงดูดนักลงทุน
- ทำธุรกรรมกับลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษี
- ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ SME เช่น อัตราภาษี 15% สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 3 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม: นิติบุคคลคืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจจริง
ประเภทของนิติบุคคลในไทย
ก่อนจดทะเบียน ต้องเลือกประเภทนิติบุคคลที่เหมาะกับธุรกิจ ในประเทศไทยมี 4 ประเภทหลัก:
- บริษัทจำกัด (Limited Company): ประเภทยอดนิยมที่สุด มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน รับผิดชอบจำกัดตามทุนที่ถือ เหมาะกับ SME และธุรกิจทั่วไป
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership): มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ส่วนผู้ลงทุนรับผิดจำกัด เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีหุ้นส่วนน้อย
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership): หุ้นส่วนทุกคนรับผิดไม่จำกัดร่วมกัน ไม่นิยมในปัจจุบันเพราะความเสี่ยงสูง
- บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company): สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดมทุนจากประชาชนผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 15 คน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: บริษัทกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
ข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัท
ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท
- แยกความรับผิดชอบทางกฎหมายและการเงิน: ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเฉพาะทุนที่ลงทุน ไม่กระทบทรัพย์สินส่วนตัว
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ SME: กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้นภาษี กำไรสุทธิ 300,001-3,000,000 บาทเสีย 15% กำไรเกิน 3 ล้านบาทเสีย 20%
- ความน่าเชื่อถือสูงกว่าบุคคลธรรมดา: ลูกค้าองค์กร คู่ค้า และธนาคารนิยมทำธุรกรรมกับนิติบุคคล
- เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น: สามารถขอสินเชื่อธุรกิจ เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐ และดึงดูดนักลงทุนได้
- ต่อเนื่องได้ไม่จำกัดอายุเจ้าของ: บริษัทเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินการต่อไปได้แม้เจ้าของเปลี่ยนไปหรือเสียชีวิต
ข้อเสียที่ต้องพิจารณา
- ภาระการทำบัญชีและยื่นภาษีเพิ่มขึ้น: ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.พ.30 ตามกำหนด
- ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและดำเนินการต่อเนื่อง: ค่าจดทะเบียน ค่าสำนักงานบัญชี ค่าผู้สอบบัญชี ค่าธรรมเนียมรายปี
- ข้อกำหนดทางกฎหมายเคร่งครัด: ต้องประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น/กรรมการต้องแจ้งทะเบียน
5 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท
- แผนธุรกิจและวัตถุประสงค์ของบริษัท: กำหนดลักษณะธุรกิจและวัตถุประสงค์ที่จะระบุในหนังสือบริคณห์สนธิให้ชัดเจน ดูกลยุทธ์วางแผนธุรกิจก่อนจดทะเบียน
- ชื่อบริษัทที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น: ตรวจสอบและจองชื่อผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชื่อต้องไม่ผิดข้อห้าม เช่น คำที่สื่อถึงกษัตริย์หรือหน่วยงานราชการ
- ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน: ต้องมีผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ 2 คนสำหรับบริษัทจำกัด พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่
- ทุนจดทะเบียนและสัดส่วนการถือหุ้น: กำหนดจำนวนทุนและแบ่งหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้น สามารถชำระเป็นเงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน ดูรายละเอียดทุนจดทะเบียนบริษัท
- ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ทำความเข้าใจประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง อ่านเพิ่มเติมกฎหมายที่ควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท
6 ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท
- ตรวจสอบและจองชื่อบริษัท: ยื่นคำขอจองชื่อผ่านระบบ DBD e-Registration หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าพื้นที่ เมื่อได้รับอนุมัติจะได้ชื่อที่จองไว้ 30 วัน
- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ: เอกสารที่ระบุชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ที่อยู่ และรายละเอียดผู้ถือหุ้น ต้องลงชื่อโดยผู้ถือหุ้นทุกคน
- จัดประชุมผู้ถือหุ้น: ประชุมเพื่อแต่งตั้งกรรมการ กำหนดอำนาจกรรมการ อนุมัติข้อบังคับและเอกสารการจัดตั้ง
- ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท: นำเอกสารครบถ้วนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration
- รอนายทะเบียนตรวจสอบและอนุมัติ: ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการสำหรับการจดออนไลน์ 3-7 วันทำการสำหรับการยื่นแบบเอกสารกระดาษ
- รับหนังสือรับรองการจดทะเบียน: เมื่ออนุมัติแล้ว บริษัทจะได้รับเลขทะเบียน 13 หลักและหนังสือรับรองนิติบุคคล สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ทันที
อ่านคู่มือรายละเอียด: 6 ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท ฉบับเจาะลึก หรือวิธีจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD
เอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนบริษัท
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมเพื่อจดทะเบียนบริษัทจำกัด:
- คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (แบบ บอจ.1): กรอกข้อมูลบริษัทและยื่นพร้อมเอกสารแนบ
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท: ต้องลงลายมือชื่อครบทุกหน้าโดยผู้ถือหุ้น
- รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3): ข้อมูลกรรมการ อำนาจกรรมการ และผู้มีอำนาจลงนาม
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5): แสดงจำนวนหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคน
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน: ของผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- หลักฐานการชำระค่าหุ้น: ใบเสร็จโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทหรือเอกสารรับรองสินทรัพย์
- แผนที่ตั้งสำนักงาน: แสดงที่อยู่ของสำนักงานใหญ่
ดูรายละเอียดเอกสารแบบครบถ้วน: เอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนบริษัท คู่มือสำหรับผู้ประกอบการใหม่
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทประกอบด้วยค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการ (ถ้าจ้างสำนักงานบัญชี):
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท: 5,000 บาท (คงที่)
- ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ: เริ่มต้นที่ 500 บาทสำหรับทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่ม 50 บาททุก 1 แสนบาทของทุน สูงสุด 25,000 บาทสำหรับทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป
- ค่าตรวจสอบเอกสาร: 50 บาทต่อคำขอ
- ค่าอากรแสตมป์: 200 บาท (ติดหนังสือบริคณห์สนธิ)
- ค่าบริการสำนักงานบัญชี (ถ้าจ้าง): ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน รวมการจดทะเบียน ขอเลขภาษี และคำแนะนำเบื้องต้น
ตัวอย่าง: จดทะเบียนบริษัทด้วยทุน 1 ล้านบาทโดยไม่จ้างสำนักงานบัญชี ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 5,750 บาท (ค่าจดทะเบียน 5,000 + บริคณห์สนธิ 500 + อากรแสตมป์ 200 + ตรวจเอกสาร 50) หากจ้างสำนักงานบัญชีเพิ่มอีกประมาณ 5,000-15,000 บาท
อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายทุกรายการ: ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท คู่มือครบถ้วน
จดเองหรือจ้างสำนักงานบัญชี: เปรียบเทียบ
ผู้ประกอบการสามารถเลือกจดทะเบียนบริษัทได้ 2 วิธีหลัก:
- จดเองผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration: ประหยัดค่าบริการสำนักงานบัญชี 5,000-15,000 บาท แต่ต้องศึกษาเอกสารและขั้นตอนเอง ใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน
- จ้างสำนักงานบัญชี: สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยจากความผิดพลาด ได้คำแนะนำเรื่องภาษีและการทำบัญชีต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลาหรือต้องการมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้อง
อ่านการเปรียบเทียบโดยละเอียด: ข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองและการจ้างสำนักงานบัญชี
หลังจดทะเบียนแล้วต้องทำอะไรต่อ
การจดทะเบียนบริษัทเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากได้รับหนังสือรับรอง มีสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง:
- ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี: ยื่นขอเลขภาษี (Tax ID) ต่อกรมสรรพากรภายใน 60 วันหลังจดทะเบียน
- จดทะเบียน VAT (ถ้าเข้าเกณฑ์): หากคาดว่ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
- เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท: แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจตั้งแต่วันแรก
- ขึ้นทะเบียนประกันสังคม: หากมีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับประกันสังคมภายใน 30 วัน
- จัดตั้งระบบบัญชีและจ้างผู้สอบบัญชี: เริ่มทำบัญชีตามมาตรฐาน TFRS และติดต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อตรวจงบประจำปี ดูวิธีวางระบบบัญชี
อ่าน checklist เต็ม: สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนบริษัท และ สิทธิประโยชน์ทางภาษีหลังจดทะเบียน
ปัญหาที่พบบ่อยในการจดทะเบียน
- ชื่อบริษัทถูกปฏิเสธ: เพราะซ้ำกับบริษัทอื่นหรือใช้คำต้องห้าม ควรเตรียมชื่อสำรอง 3-5 ชื่อไว้
- เอกสารไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด: ทำให้ต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ใช้เวลานานกว่าที่ควร
- วัตถุประสงค์บริษัทไม่ชัดเจน: ส่งผลต่อการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในอนาคต
- ทุนจดทะเบียนไม่สอดคล้องกับธุรกิจ: ต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ สูงเกินไปอาจเสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น
ดูปัญหาและวิธีแก้เพิ่มเติม: 7 ปัญหาที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัทและวิธีแก้ไข และ 5 ข้อผิดพลาดเรื่องทุนจดทะเบียน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน?
หากยื่นผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration และเอกสารครบถ้วน ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ สำหรับการยื่นแบบเอกสารกระดาษที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าพื้นที่ ใช้เวลา 3-7 วันทำการ การเตรียมเอกสารก่อนยื่นใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน
ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คนจึงจะจดทะเบียนบริษัทจำกัดได้?
ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน ซึ่งเป็นกฎที่แก้ไขตั้งแต่ปี 2566 จากเดิมที่กำหนดขั้นต่ำ 3 คน ผู้ถือหุ้นสามารถเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่บริษัทที่มีสัดส่วนต่างชาติเกิน 49% จะถือเป็นบริษัทต่างชาติและมีข้อจำกัดเพิ่มเติม
ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำคือเท่าไหร่?
ไม่มีกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติควรตั้งทุนจดทะเบียนที่สอดคล้องกับขนาดและลักษณะธุรกิจ นิยมเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและไม่เสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น บางธุรกิจที่ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะอาจต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามกฎหมายเฉพาะ
ต้องชำระทุนจดทะเบียนเต็มจำนวนตั้งแต่แรกไหม?
ไม่ต้องชำระเต็ม ผู้ถือหุ้นสามารถชำระขั้นต่ำ 25% ของมูลค่าหุ้นตอนจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติหลายบริษัทเลือกชำระเต็มจำนวนเพื่อความโปร่งใสและง่ายต่อการจัดการบัญชี ส่วนที่เหลือผู้ถือหุ้นจะต้องชำระเมื่อกรรมการเรียก
ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยได้ไหม?
ต่างชาติสามารถจดทะเบียนบริษัทในไทยได้ แต่มีข้อจำกัด หากถือหุ้นต่างชาติเกิน 49% จะเป็นบริษัทต่างชาติและต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายหรือใช้สิทธิพิเศษ BOI
บริษัทต้องยื่นภาษีและงบการเงินเมื่อไหร่หลังจดทะเบียน?
บริษัทต้องยื่นภ.ง.ด.50ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 150 วันเช่นกัน หากจด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน หากมีพนักงานต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินประกันสังคมทุกเดือน
ถ้าเลิกกิจการต้องทำอย่างไร?
การเลิกบริษัทต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิเศษอนุมัติด้วยเสียง 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้น จากนั้นยื่นจดทะเบียนเลิกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ชำระหนี้สินและแจกคืนสินทรัพย์ให้ผู้ถือหุ้น แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน
สรุป
การจดทะเบียนบริษัทเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนธุรกิจจากบุคคลธรรมดาให้เป็นนิติบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และแยกความเสี่ยงออกจากทรัพย์สินส่วนตัว เจ้าของธุรกิจที่มีรายได้เติบโตหรือต้องการขยายกิจการควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตั้งแต่เนิ่น ๆ
หากคุณต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย PM Accounting พร้อมให้บริการรับจดทะเบียนบริษัทครบวงจร ทั้งการเตรียมเอกสาร จดทะเบียน ขอเลขภาษี จด VAT และวางระบบบัญชีต่อเนื่อง ติดต่อทีม CPA ของเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรี
สำนักงานบัญชี สอบถามทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ติดต่อเรา
- สถานที่ : 1239/144 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
- เบอร์โทร : 086-441-4689
- Email : [email protected]
- LINE : @pmac
- เว็บไซต์ : pmaccounting.net
เขียนโดย
ทีมผู้เชี่ยวชาญ PM Accounting
ทีมนักบัญชีมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี
เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และตรวจสอบบัญชีสำหรับธุรกิจไทย
ผ่านประสบการณ์จากบริษัท Big 4 | pmaccounting.net







